น้ำมันตับปลา ! ประโยชน์ที่ทำให้คุณ ไม่อาจมองข้ามมันไปได้

อย่างที่รู้ๆ กันว่า “น้ำมันตับปลา” เป็นหนึ่งในอาหารเสริมทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะร่างกายของคนเรามีข้อจำกัดบางอย่างที่ร่างกายทำไม่ได้ ซึ่งก็คือ การที่ร่างกายไม่สามารถผลิตสารบางอย่างที่จำเป็นต่อร่างกายได้นั้นเอง และในน้ำมันตับปลา ก็มีสารที่สำคัญต่อร่างกายและร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้ จึงไม่น่าแปลกใจ หากน้ำมันตับปลาจะเป็นสิ่งที่นิยม

น้ำมันตับปลา

และเมื่อน้ำมันตับปลา เป็นสิ่งที่นิยม เหตุไฉนเว็บสุขภาพอย่างเราจะไม่พูดถึงน้ำมันตับปลา และด้วยเหตุนี้เอง เราจึงได้รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับน้ำมันตับปลา อาทิ สารในน้ำมันตับปลา ประโยชน์ ตลอดจนข้อควรรู้ที่เกี่ยวกับน้ำมันตับปลามาแนะนำ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่า

เกี่ยวกับน้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลาเป็นไขมันที่มาจากส่วนต่างๆ ของปลาที่มีไขมันสูง ซึ่งเหตุผลที่ทำให้น้ำมันตับปลาเป็นที่นิยมก็เพราะว่า ในน้ำมันตับปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3, eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ eicosanoid ที่ช่วยในการทำงานของร่างกาย และสารดังกล่าวนั้น ร่างกายจะได้รับค่อนข้างน้อย เว้นแต่การรับประทานอาหารจำพวกปลานั้นเอง

ถึงแม้ว่าน้ำมันตับปลาจะมีอยู่ในปลาก็ตาม แต่ทว่า ไม่ใช่ปลาทุกชนิดที่มีหรือมีอยู่เป็นจำนวนมากที่เพียงพอต่อร่างกายของเรา นั้นจึงเป็นที่มาให้มีการผลิตอาหารเสริมที่เป็นน้ำมันตับปลา แต่กระนั้น หากเราไม่อยากรับประทานอาหารเสริมที่เป็นน้ำมันตับปลา เราก็สามารถที่จะรับประทานปลาแล้วให้ได้สารที่ต้องการได้เช่นกัน เพราะในปลาที่มีอยู่ตามท้องตลาดก็มีปลาที่มีน้ำมันตับปลาที่มีสารสำคัญดังกล่าว

สำหรับปลาที่มีขายตามท้องตลาดที่มีสารสำคัญดังกล่าวที่กล่าวเอาไว้ ก็ได้แก่ ปลาเลคเทราต์ (Lake Trout), ปลาทูน่า (Tuna), ปลาซาร์ดีน (Sardine), ปลาแอนโชวี่ (Anchovy), ปลาเฮร์ริ่ง (Herring), ปลาแซลมอน (Salmon), ปลาบลูฟิช (Blue Fish), ปลาพอลล็อค (Pollock), ปลาแคตฟิช (Catfish), ปลาจะละเม็ดขาว, ปลาสำลี, ปลากะพงขาว, ปลาอินทรี, ปลาทู, ปลาจะละเม็ดดำ, ปลากะพงแดง, ปลาเก๋า, ปลาดุก, ปลาสวาย, ปลาช่อน, ปลาสลิด, ปลาตะเพียน, ปลากรายและปลานิล

*** ปลาที่กล่าวมานั้น มีปริมาณสารที่กล่าวมาในข้างต้นแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะมีมากในปลาทะเล

ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา

  1. มีวิตามินเอ, วิตามินดีและกรดไขมันโอเมก้า 3
  2. มีสารตั้งต้นของ eicosasnoid ที่ช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งได้แก้ กรดไขมันโอเมก้า 3, eicosapentaenoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA)
  3. ช่วยรักษาภาวะเลือดมีไตรกลีเซอไรด์สูง (hypertriglyceridemia)
  4. ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดเลือด
  5. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
  6. ช่วยป้องกันหรือลดภาวะการซึมเศร้าซึ่งเป็นที่มาของโรคซึมเศร้า
  7. ช่วยป้องกันโรควิตกกังวล
  8. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
  9. ช่วยป้องกันโรคจุดภาพชัดของจาตาเสื่อม
  10. ในผู้ป่วยที่มีการเจ็บป่วยเป็นเวลานาน การที่ได้รับวิตามินเอจากน้ำมันตับปลาก็สามารถช่วยย่นระยะเวลาในการเจ็บป่วยให้น้อยลงได้
  11. วิตามินดีจากน้ำมันตับปลาช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ และช่วยเสริมสร้างการทำงานของแคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบและช่วยซ่อมแซมกระดูกและฟัน
  12. ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนและฟันผุโดยเฉพาะในเด็ก
  13. ช่วยป้องกันโรคกระดูกน่วมและภาวะกระดูกพรุนในกลุ่มของผู้สูงอายุ
  14. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำคัญในการป้องกันภาวะต่างๆ ในร่างกายอันเกิดมาจากการก่อตัวของอนุมูลอิสระในร่างกายที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
  15. มีส่วนช่วยในการขับสารพิษในร่างกาย
  16. ช่วยเสริมสร้างภูมคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับน้ำมันตับปลา

  1. สารสำคัญมากๆ ที่มีอยู่ในน้ำมันตับปลาก็คือ โอเมก้า 3
  2. น้ำมันตับปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จะได้จากปลาทะเลน้ำลึกเสียเป็นส่วนใหญ่
  3. การสะสมวิตามินเอและวิตามินดีมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ฉะนั้น จึงควรบริโภคน้ำมันตับปลาในอัตราที่พอดี โดยเฉพาะ หากบริโภคน้ำมันตับปลาที่มาในรูปของอาหารเสริม
  4. ในผู้ที่มีการใช้ยาลดความดัน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนที่จะใช้น้ำมันตับปลา เพราะการใช้ยาลดความดันและน้ำมันตับปลาร่วมกันนั้น อาจส่งผลให้ความดันต่ำมากกว่าปกติได้
  5. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้น้ำมันตับปลา เพราะน้ำมันตับปลามีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ซึ่งอาจทำให้เลือดออกได้ง่าย
  6. หากต้องผ่าตัดหรือกระทำการรักษาใดๆ ที่เกี่ยวกับการทำให้เลือดออก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน เพราะอาจส่งผลต่อการรักษาได้ตามรายละเอียดในข้อที่ 5
  7. การบริโภคน้ำมันตับปลา อาจทำให้มีกลิ่นปากได้ อันเนื่องมาจากกลิ่นของน้ำมันตับปลา

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า “น้ำมันตับปลา” เป็นหนึ่งในอาหารที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่กระนั้น การบริโภคน้ำมันตับปลาในรูปของอาหารเสริม ก็ย่อมมีความเสี่ยงต่างๆ เกิดขึ้นได้มากมายมากกว่า การได้รับน้ำมันตับปลา จากการบริโภคปลาโดยตรง ฉะนั้น หากคุณต้องการใช้น้ำมันตับปลาในรูปของอาหารเสริมแล้วละก็ ต้องพิจารณาให้ดี เพราะแน่นอนว่า มันก็ไม่ได้แค่เฉพาะประโยชน์แต่เพียงเท่านั้น หากได้รับน้ำมันตับปลาในปริมาณมากเกินไป ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการสะสมวิตามินเอและวิตามินดีที่มากเกินไป อันเกิดมาจากการรับประทานน้ำมันตับปลาได้เช่นกัน

ฉะนั้น หากคุณคิดจะรับประทานน้ำมันตับปลาในรูปแบบของอาหารเสริม ทางที่ดีแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เสียก่อนจะดีเป็นที่สุด เพราะคุณอาจจะต้องตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเลือดเสียก่อน ก่อนที่จะใช้น้ำมันตับปลา เพื่อป้องกันให้เกิดภาวะใดๆ ที่เกี่ยวกับเลือดนั้นเอง และที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อให้ตัวคุณเองได้รับประโยชน์ของน้ำมันตับปลาให้มากที่สุด และเลี่ยงให้เกิดผลเสียต่อร่างกายให้น้อยที่สุด