Categories
ประโยชน์ต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก เป็นวิตามินที่มีความสำคัญและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ว่าเกี่ยวกับ “ประโยชน์ของวิตามินซี” หรืออยากรู้ว่า “วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร” ก็สามารถเรียนรู้ได้ที่บทความนี้เลย

ประโยชน์ของวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซี มีอะไรบ้าง

  1. เสริมสร้างคอลลาเจน (collagen) ให้กับร่างกาย ซึ่งคอลลาเจนนี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของกล้ามเนื้อ หลอดเลือด กระดูกและกระดูกอ่อน
  2. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี ไม่หยุดชะงัก โดยเฉพาะกับเด็กและผู้ที่ยังอยู่ในวัยของการเจริญเติบโต
  3. ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
  4. ช่วยให้เลือดกำเดาไม่ไหลออกง่าย เพราะเส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  5. ช่วยให้กระดูกและเล็บแข็งแรง
  6. ช่วยให้ผิวไม่แห้งแตกและเป็นสะเก็ด
  7. ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น
  8. ช่วยให้ไม่ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ข้อเท้าและขาทั้งสองข้าง
  9. ช่วยเสริมสร้างสารสำคัญบางตัวซึ่งมีผลต่อร่างกาย อาทิ อีพิเนฟริน (epinephrine) หรือ อะดรีนาลีน (adrenaline) และ คอร์ติโคสตีรอยด์ (corticosteroids) เป็นต้น
  10. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย และไม่เหนื่อยง่าย
  11. ช่วยให้สดชื่น อารมณ์ดี ไม่ซึมเศร้า และไม่หงุดหงิดง่าย
  12. ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด หรือ โรคที่มีเลือดออกตามไรฟันนั้นเอง
  13. ช่วยทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง ซึ่งตรงกันข้าม หากขาดวิตามินซีก็จะทำให้เหงือกไม่แข็งแรง อักเสบได้ง่ายซึ่งส่งผลกระทบให้ฟันไม่แข็งแรงไปด้วย
  14. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่เกิดขึ้นในร่างกาย
  15. ช่วยให้ผิวสวย ไม่ซีด ไม่แห้ง ไม่มีรอยจ้ำตามผิงหนัง
  16. ป้องกันผิวหน้าไม่ให้เป็นผื่นแดง หรือ มีสิวที่เป็นสีแดง
  17. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้ดีขึ้น
  18. ช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งต่างๆ
  19. ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  20. ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากทางเดินอาหารได้ดียิ่งขึ้น
  21. ช่วยรักษาและทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  22. ช่วยลดอาการของไข้หวัดและทำให้หายจากการเป็นไข้หวัดได้เร็วยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของวิตามินซีทุกข้อนั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกับร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าขาดวิตามินซี ร่างกายก็จะไม่ได้รับประโยชน์กล่าว และยังอาจส่งผลที่ตรงกันข้ามกันกับประโยชน์อีกด้วย

แหล่งวิตามินซี

ก่อนอื่นให้รู้ก่อนว่า ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เอง ฉะนั้น เราจึงต้องรับประทานเข้าไป โดยวิตามินซีมักจะมีอยู่ในอาหารกลุ่มผักและผลไม้ อาทิ

  • ผัก: มะเขือเทศ มันฝรั่ง บร็อคโคลี่ และผักใบเขียว เป็นต้น
  • ผลไม้: ฝรั่ง ส้ม สตรอเบอรี่ กีวี แคนตาลูป มะม่วง และ องุ่น เป็นต้น

เราสามารถรับวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมหรือยาได้เช่นกัน แต่ถ้าให้ดี แนะนำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีจากอาหารจะดีกว่า

ปริมาณที่ควรได้รับ

ความต้องการวิตามินซีในแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไป แต่สามารถระบุได้คร่าว ๆ โดยใช้เกณฑ์ช่วงวัยและภาวะร่างกาย เป็นตัวกำหนดปริมาณความต้องการที่เหมาะสมได้ดังนี้

  • เด็ก ควรได้รับในปริมาณ 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้ใหญ่ ควรได้รับในปริมาณ 60-90 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตร ควรได้รับในปริมาณ 90-95 กรัมต่อวัน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ ควรได้รับ 95-125 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะการสูบบุหรี่จะไปลดปริมาณของวิตามินซี

ข้อควรระวัง

หากได้รับวิตามินซีจากการรับประทานผักและผลไม้ โดยส่วนใหญ่จะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่ถ้าเป็นวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมหรือวิตามินเม็ด ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนี้

  • คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากทำให้ระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
  • ไตทำงานหนักขึ้น เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายไม่สามารถสะสมได้ ส่วนที่เกินจึงถูกขับออกมาทางไต ซึ่งทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น
  • ส่งผลกระทบต่อเหงือกและฟัน โดยเฉพาะในเด็ก เพราะวิตามินซีส่วนใหญ่จะมีรสเปรี้ยวจากการแต่งรส ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้เกิดการกัดกร่อนทำลายเคลือบฝัน

จากที่กล่าวมาเกี่ยวกับ “ประโยชน์ของวิตามินซี” ตลอดจนแหล่งที่มา ปริมาณที่ควรได้รับ และข้อควรระวังในการรับวิตามินซี เราหวังว่า คุณคงได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน




ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *