มะเร็งผิวหนัง ( Skin Cancer )

มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนัง คือ โรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่แสดงผลของอาการออกมาทางผิวหนัง เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยทั้งในเพศชายและเพศหญิง และสามารถพบได้ตั้งแต่ในขณะที่อายุยังน้อย หรือกล่าวอีกนัยหนึงคือ เป็นมะเร็งที่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบได้มากขึ้นตามอายุ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นนั้นเอง โดยจากสถิติมักพบในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ มะเร็งผิวหนัง เป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอับดับ 8 ของมะเร็งในผู้ชาย และอันดับ 9 ของมะเร็งในผู้หญิง

ส่วนใหญ่แล้วนั้น ผู้ที่เป็นมะเร็งผิวหนัง มักจะเป็นมะเร็งชนิดอ่อน ลุกลามค่อนข้างช้า และไม่แพร่กระจาย ซึ่งชนิดของมะเร็งผิวหนังแบบนี้ คือ มะเร็งเซลล์หนังกำพร้าชั้นตื้น (squamous cell carcinoma) ซึ่งพบได้ค่อนข้างน้อยกว่าชนิดอื่น อีกชนิดก็คือ มะเร็งเซลล์หนังกำพร้าชั้นฐาน (basal cell carcinoma)

ส่วนมะเร็งผิวหนังที่รุนแรงก็คือ มะเร็งเซลล์เม็ดสี (melanoma / malignant melanoma) เป็นมะเร็งที่สามารถแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดได้ ซึ่งหากเป็นมะเร็งเซลล์เม็ดสี แล้วไม่ได้รับการรักษา ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ภายใน 1 ปี ซึ่งจะสถิติพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเซลล์เม็ดสีนั้น มีค่อนข้างน้อย

สาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

โรคนี้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่ผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้า สัมผัสกับแสดงแดด (แสงอัลตราไวโอเลต) มากเกินไปหรือเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำได้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกเช่นกัน อาทิ การสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อย่างเช่น สารหนู พารัฟฟิน น้ำมันดิน เป็นต้น

การถูกรังสีเอกซเรย์ในปริมาณที่สูง การได้รับสารหนูที่ผสมอยู่ในยาจีน ยาไทย หรือจากสิ่งอื่นๆ ที่สามารถรับประทานได้ การบาดเจ็บหรือการอักเสบที่บริเวณผิวหนัง หรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ การสักผิวหนัง แผลที่เกิดขึ้นมาจากความร้อน อาทิ แผลเป็นจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง (อาทิ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์) ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ครอบครัวมีประวัติเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง

อาการของโรคมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งหนังกำพร้าชั้นตื้น จะมีลักษณะเป็นตุ่มๆ นูนขึ้นมาเป็นสีแดง มีลักษณะหยุ่นๆ และอาจแตกเป็นแผลได้ หรืออาจมีเลือดออกได้ง่าย หรือ อาจจะมีลักษณะเป็นปื้นๆ แบนราบ บริเวณผิวที่เป็นอาจะเป็นขุยหรือตกสะเก็ด มักพบได้บ่อยที่บริเวณใบหน้า ริมฝีปาก หู คอ มือ และแขน

มะเร็งหนังกำพร้าชั้นฐาน จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนใส ขอบม้วน มีสีที่คล้ายกับขี้ผึ้งหรือสีของไข่มุก ซึ่งอาจแตกเป็นแผล หรือมีเลือดออกง่าย มักพบได้บ่อยที่บริเวณใบหน้า หู คอ และบางรายอาจมีลักษณะอาการเป็นปื้นแบนราบ แข็งและติดกับผิวหนัง มีสีเดียวกับสีของผิวหนังหรือสีน้ำตาล มักพบได้ที่หน้าอกหรือหลัง

มะเร็งเซลล์สร้างเม็ดสี อาจจะมีลักษณะเป็นไฝ หรือขี้แมลงวัน หรืออาจจะเป็นจุดดำๆ บนผิวหนังที่เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปกติ เช่น มีสีคล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ หรือพบว่า บางจุดในเม็ดไฝเริ่มมีสีที่แตกต่างไปจากจุดอื่นๆ มีอาการปวดหรือคัน หรือลอก มีเกล็ด เป็นขุย มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมา และมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ จนมากกว่า 6 มิลลิเมตร มีการกระจายของเม็ดสีไปรอบๆ เม็ดไฝ ไฝเปลี่ยนเป็นแผล หรือมีเลือดไหลออกมา หรือกลายเป็นก้อนแข็ง

วิธีรักษาโรคมะเร็งผิวหนัง

หากพบลักษณะอาการดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น หรือสงสัยว่าเป็นหรือไม่ ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัย โดยการนำชิ้นเนื้อในบริเวณที่คาดว่าจะเป็น ไปทำการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งถ้าพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดรอยโรคออกไป

ในรายที่พบว่าเป็นในระยะแรกและมีขนาดเล็ก แพทย์อาจรักษาโดยการจี้ด้วยความเย็น (cryosurgery) ถ้าเป็นบริเวณผิว อาจใช้แสงเลเซอร์ในการรักษา ถ้าเป็นที่บริเวณติ่งหู หนังตา หรือปลายจมูก อาจใช้การรักษาด้วยรังสีบำบัด (ฉายรังสี) แต่ถ้าพบว่าเป็นแผลลึก อาจต้องทำการปลูกถ่ายผิวหนังในบริเวณที่เป็น

*** ในรายที่พบว่า เป็นมะเร็งเซลล์สร้างเม็ดสี (มะเร็งผิวหนังชนิดรุนแรง) หากพบว่ามีการแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดแล้ว แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยรังสีบำบัดร่วมกับเคมีบำบัด

*** จากสถิติผลการรักษา พบว่า ส่วนใหญ่จะได้ผลดี และหายขาดได้ในที่สุด

การป้องกันโรคมะเร็งผิวหนัง

การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด โดยเวลาที่ออกไปกลางแจ้งโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงจัด ควรใส่เสื้อผ้าป้องกัน สวมหมวก หรือใช้ร่ม ทาครีมหรือยาที่ช่วยกันแดด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือการทำให้ร่างกายได้รับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อาทิ ไม่กินยาจีน หรือยาไทย ที่ผสมสารหนู และสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ก็ควรเลิกสูบบุหรี่

คำแนะนำ

มะเร็งผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้น ควรหมั่นตรวจดูบริเวณผิวหนังทั่วร่างกายเป็นระยะ หากพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ เช่น มีหูด ไฝ ขี้แมลงวัน ปาน แผลเป็น ที่เกิดขึ้นแบบไม่ปกติ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์และทำการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว