วิตามินอี ! ประโยชน์ของวิตามินอีและข้อควรรู้

วิตามินอี

วิตามินอี เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับร่างกายในระดับต้นๆ เลยทีเดียว การขาดซึ่งวิตามินอี ก็ย่อมส่งผลกระทบกับเม็ดเลือดแดงเป็นอย่างมาก ดังนั้น วิตามินอีจึงเป็นหนึ่งในวิตามินสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้เป็นอันขาด อีกทั้งวิตามินอียังมีชื่อในเรื่องของการต่อต้าน “อนุมูลอิสระ” ซึ่งหลายๆ คนคงรู้จักกันดี โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ก็คงรู้จักเป็นอย่างดีแน่ๆ ส่วนใครที่ยังไม่รู้ถึงคุณประโยชน์ของวิตามินอี ท่านสามารถศึกษาประโยชน์ของวิตามินอีได้จากเนื้อด้านล่างนี้เลย

ประโยชน์ของวิตามินอี

  1. วิตามินอีเป็นวิตามินที่มีคุณสมบัติเป็น “แอนติออกซิแดนท์” ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้นด้วย
  2. ช่วยบำรุงและส่งเสริมการทำงานของตับ ซึ่งทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับเลือด
  3. ช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง
  4. วิตามินอีช่วยป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ อาทิ โรคลิ่มเลือดในหลอดเลือด โรคหลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ และโรคไตอักเสบ เป็นต้น
  5. ช่วยลดกระบวนการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อการเกิดโรคต่างๆ
  6. ใช้รักษาโรคโลหิตจางในทารกแรกคลอด
  7. วิตามินอีใช้รักษาโรคต่างๆ อาทิ โรคขาดสารอาหาร โรคปวดกล้ามเนื้อขาเวลาเดิน เป็นต้น
  8. ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียง่าย
  9. ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ชุ่มชื้น และช่วยลดการไหม้เกรียมของผิวหนังเมื่อต้องเจอกับแสงแดด
  10. ช่วยให้เซล์ประสาท กล้ามเนื้อและระบบสืบพันธุ์ ทำงานได้เป็นปกติ

จากประโยชน์ต่างๆ ในข้างต้นจะเห็นได้ว่า วิตามินอีนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับระบบเลือดต่างๆ ในร่างกาย การขาดซึ่งวิตามินอี ก็ย่อมส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ตรงข้ามกับประโยชน์ต่างๆ ในข้างต้นได้ ดังนั้น เราจึงควรหันมาให้ความสนใจกับวิตามินอีให้มากขึ้นจะดีกว่า และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิตามินอี เรามาดูข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับวิตามินอีกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง ?

ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับวิตามินอี

  1. วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน
  2. เป็นวิตามินที่พบได้มากในพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ไข่ และน้ำมันพืช โดยเฉพาะในพวกธัญพืช สามารถพบได้วิตามชนิดนี้ได้ค่อนข้างมาก
  3. พืชผักและผลไม้ที่แช่เย็นไว้นานๆ หรือ โดนความร้อนนานๆ อาจทำให้เกิดการสูญเสียวิตามินอีได้ ดังนั้นควรรับประทานพืชผักและผลไม้ที่มีความสดใหม่
  4. นมของแม่หลังคลอดบุตร เป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินอีค่อนข้างสูง
  5. การขาดวิตามินอีเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทสัมผัสของร่างกาย อีกทั้งยังอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและทรงตัวได้ยาก
  6. การได้รับวิตามินอีในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด อาเจียน ท้องร่วง ท้องเสีย ปวดหัวและอ่อนเพลียได้
  7. วิตามินอีเป็นวิตามินที่ทนต่อสภาพความเป็นกรดได้ดี แต่เป็นวิตามินที่เสื่อมสภาพได้เร็วและง่ายเมื่อถูกด่างหรือแสงแดด

วิตามินอี เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าสารอาหารอื่นๆ เราจึงควรให้ความใส่ใจกับการได้รับวิตามินอี เหมือนกับที่เราให้ความใส่ใจในการได้รับสารอาหารอื่นๆ แต่การได้รับวิตามินอีมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงควรรับวิตามินอีแต่พอดี ด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินอีอยู่ และหลีกเลี่ยงการรับวิตามินอีแบบเสริมหากไม่จำเป็น