แคลเซียม ! ประโยชน์ของแคลเซียมและข้อควรรู้

แคลเซียม

แคลเซียม เป็นสารอาหารประเภทเกลือแร่หรือแร่ธาตุ ที่ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับร่างกาย และเป็นสารอาหารที่ร่างกายมีความต้องการในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะกับส่วนที่เป็นกระดูกและฟัน อีกทั้งแคลเซียมยังเป็นสารอาหารที่มีส่วนสำคัญในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ดังนั้น การทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ จึงเป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจและให้ความสำคัญ

แคลเซียม เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมากดังที่ได้เกริ่นไว้ในข้างต้น แต่ผู้อ่านอาจจะยังไม่รู้ว่า แคลเซียมให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ? ซึ่งการรู้ถึงประโยชน์โดยละเอียด อาจทำให้ผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของแคลเซียมมากขึ้น และหันมาให้ความใส่ใจต่อการบริโภคแคลเซียมให้ได้ปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ประโยชน์ของแคลเซียม

  1. แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  2. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง
  3. ช่วยให้กระดูกไม่เปราะและหักง่าย
  4. ช่วยป้องกันฟันผุ
  5. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพ
  6. แคลเซียมช่วยควบคุมการไหลผ่านของสารต่างๆ ระหว่างผนังเซลล์
  7. ช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิด
  8. ช่วยควบคุมการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อ
  9. ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการหดตัว
  10. ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะ
  11. แคลเซียมช่วยให้อารมณ์เป็นปกติ ไม่หงุดหงิด ซึมเศร้าหรือนอนไม่หลับ
  12. ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกาย
  13. ช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย
  14. ช่วยป้องกันการเป็นตะคริว โดยเฉพาะการเป็นตะคริวที่ต้นขาในเวลานอน
  15. ช่วยให้เลือดหยุดไหลและแข็งตัวได้เร็ว
  16. แคลเซียมช่วยเร่งปฏิกิริยาการทำงานของเอนไซม์บางชนิดในร่างกาย
  17. เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตโดยเฉพาะ ทารก เด็ก และหญิงมีครรภ์
  18. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตเป็นปกติ ขาไม่งอ กระดูดไม่โก่ง รูปร่างเป็นปกติ
  19. ช่วยซ่อมแซมกระดูกที่สึกหรอให้แข็งแรงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ

จากที่ได้กล่าวมาทั้ง 19 ข้อในข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า แคลเซียมเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญและประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ก็ย่อมจะส่งผลที่ตรงกันข้ามกับประโยชน์ที่จะได้รับ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นนั้นเอง

ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับแคลเซียม

  1. แคลเซียมเป็นสารอาหารที่อยู่มากในอาหารจำพวก นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนย ไข่แดง ปลาตัวเล็กๆ ที่กินได้ทั้งตัว ปลาซาร์ดีน กุ้งฝอย กุ้งแห้ง ปู หอย ถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ งาดำ ลูกเดือย ถั่ว น้ำส้ม ผักใบเขียวต่างๆ อาทิ คะน้า ใบกะเพรา ใบโหระพา ผักโขม สะเดา ใบยอ ผักกระเฉดและบรอกโคลี เป็นต้น
  2. การได้รับแคลเซียมมากเกินความต้องการของร่างกาย อาจส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาจเป็นนิ่วในไตเนื่องจากการเกาะตัวของแคลเซียมส่วนเกิน อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการทางจิตได้ด้วย
  3. การใช้ผลิตภัณฑ์แคลเซียม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนจะซื้อมาบริโภค อันเนื่องมาจากปริมาณความต้องการของแต่ละคนที่แตกต่างกัน (ดูได้จากตาราง 1) การดูดซึมที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา อีกทั้งยังอาจส่งผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและทำให้ท้องผูกได้

ตาราง 1 ปริมาณความต้องการแคลเซียม

วัย / ช่วงอายุ / ช่วงเวลาปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน
 ทารกที่เลี้ยงด้วยนมโค 500 – 600 มิลลิกรัม
 เด็กอายุระหว่าง 1 – 9 ปี 400 – 500 มิลลิกรัม
 เด็กอายุระหว่าง 10 – 15 ปี 600 – 700 มิลลิกรัม
 เด็กอายุระหว่าง 16 – 19 ปี 500 – 600 มิลลิกรัม
 ผู้ใหญ่ 400 – 500 มิลลิกรัม
 สตรีมีครรภ์ 1.0 – 1.5 กรัม
 สตรีให้นมบุตร 1.5 – 2.0 กรัม

แคลเซียม เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์และความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แต่การได้รับแคลเซียมในปริมาณเกินความจำเป็นหรือความต้องการของร่างกาย ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้เช่นกัน ดังนั้นการทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอและพอดี จึงเป็นเรื่องที่เราควรให้ความใส่ใจให้มาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราได้รับประโยชน์ของแคลเซียมอย่างแท้จริงและก็เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีของตัวเรานั้นเอง