ไข้หวัดใหญ่ – อาการ, สาเหตุ, วิธีรักษา, การป้องกัน

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ คือ โรคติดต่อที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย และเป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักจะพบไข้หวัดใหญ่ได้มากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว และในบางปีก็จะพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ไปทั่ว อีกทั้งยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเป็นจำนวนมาก ดังนั้นโรคไข้หวัดใหญ่จึงถือได้ว่าเป็นโรคติดต่อที่ค่อนข้างรุนแรง หากได้รับการรักษาไม่ทันก็อาจทำให้เสียชีวิตจากการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้ ดังนั้น หากรักษาตนเองในเบื้องต้นแล้วยังไม่หาย และยังคงมีไข้สูงอยู่ ก็อาจเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่

อาการไข้หวัดใหญ่

  1. ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงกว่าผู้ป่วยโรคไข้หวัดธรรมดา
  2. ผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
  3. ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ขมในคอ เบื่ออาหาร เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไส จุกแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไอแห้งๆ เป็นต้น
  4. บางรายอาจมีน้ำมูกหรือเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว ปวดหู หูอื้อ หายใจหอบหืด เป็นต้น
  5. อาจเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ขึ้นได้ ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดทุกชนิด เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางและชั้นในอักเสบ หลอดลมพอง ปอดอักเสบ เป็นต้น

อาการในข้างต้นทั้งหมดก็เหมือนกับอาการของไข้หวัดธรรมดา ซึ่งทำให้แยกแยะออกได้ยากว่า แท้จริงเป็นโรคอะไรกันแน่ ซึ่งในทางที่ดี หากพบว่ามีอาการป่วยโดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยอาการของโรค

สาเหตุไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า influenza virus ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ บี และซี ซึ่งเชื้อชนิดเอ เป็นเชื้อที่มักก่อให้เกิดอาการที่ค่อนข้างรุนแรงและมีโอกาสที่เชื้อจะกลายพันธุ์ได้ง่าย ส่วนเชื้อชนิดบีเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงน้อยกว่าเชื้อชนิดเอและสามารถกลายพันธุ์ได้เช่นเดียวกับเชื้อชนิดเอ แต่มีอัตราของการกลายพันธุ์ที่น้อยกว่า ส่วนเชื้อชนิดซี เป็นเชื้อที่ก่อให้อาการเพียงเล็กน้อยและไม่ค่อยพบการระบาด

เชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ

ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เป็นเชื้อที่สามารถพบได้ทั้งในคนและสัตว์ โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ มีประวัติของการแพร่ระบาดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและได้คร่าชีวิตของผู้ป่วยไปแล้วมากมาย ซึ่งต่อไปนี้คือบางส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดการแพ้ระบาดของเชื้อชนิดนี้

  • สายพันธุ์ H1N1 เป็นเชื้อไวรัสชนิดเอสายพันธุ์เก่า เป็นเชื้อที่เป็นต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ล้านคนในช่วงปี พ.ศ. 2461-2462 โดยมีต้นตอมาจากประเทศสเปน จึงทำให้มีการเรียกเชื้อนี้อีกชื่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish flu)” และก็ได้กลับมาระบาดอีกครั้งที่รัซเซียในปี พ.ศ. 2520 และในปี พ.ศ. 2552 ก็ได้กลับมาระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลกอีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าเก่า จึงได้ให้ชื่อว่า “ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 สายพันธุ์ใหม่ (สายพันธุ์ 2009)” ซึ่งมีต้นตอของเชื้อมาจากประเทศเม็กซิโก
  • สายพันธุ์ H2N2 เป็นเชื้อที่มีการระบาดในทวีปเอเชีย เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2500-2501 ซึ่งเป็นต้นเหตุที่คร่าชีวิตคนในเอเชียไปกว่า 1 ล้านคน
  • สายพันธุ์ H3N2 เป็นเชื้อไวรัสที่มีการระบาดใหญ่ในฮ่องกง ซึ่งได้ทำให้ชาวฮ่องกงเสียชีวิตในช่วงปี พ.ศ. 2511-2512 ไปกว่า 7 แสนคน
  • สายพันธุ์ H5N1 หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ไข้หวัดนก” ซึ่งเป็นเชื้อที่มีการแพร่ระบาดจากสัตว์ปีกสู่สัตว์ปีก และยังก่อผลกระทบต่อคนด้วย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ได้มีการกำจัดสัตว์ปีกที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไปเป็นจำนวนมาก

การแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่

เชื้อไข้หวัดใหญ่ จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยเหมือนกับโรคไข้หวัดธรรมดา ซึ่งจะติดต่อผ่านการสูดหายใจเอาละอองของเสมหะที่ผู้ป่วยไอหรือจามออกมา หรือโดยการสัมผัสถูกร่างกายและข้าวของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่มีการเปื้อนเชื้อ

การป้องกันไข้หวัดใหญ่

  1. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อยิ่งต้องดูสุขภาพเป็นเป็นพิเศษ
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้และสัมผัสผู้ป่วย แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ควรป้องกันให้พร้อม เช่น สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสกับผู้ป่วยหรือข้าวของเครื่องใช้ของผู้ป่วย
  3. แยกผู้ป่วยออกมาจากผู้ที่ไม่ป่วย เพราะหากทิ้งไว้จะทำให้เกิดการแพร่เชื้อมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ดี ครูหรือผู้ดูแลต้องหมั่นสอดส่องเป็นพิเศษ
  4. หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  5. ฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งจะสามารถฉีดวัดซีนป้องกันได้เฉพาะกับเชื้อสายพันธุ์เก่าเท่านั้น

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดต่อที่นับได้ว่าค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ หากได้รับการรักษาไม่ทัน ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพให้แข็งแร็งอยู่ตลอดและป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อย่างรัดกุม และหากพบว่ามีอาการป่วยเป็นโรคไข้หวัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการข่าวการแพร่ระบาดหรือในช่วงที่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มากๆ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยว่า คุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ หากพบว่าเป็น จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที