Healthtio.com สุขภาพน่ารู้ สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิต

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) สาเหตุ อาการและวิธีป้องกันโรค

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย และเป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่มักจะพบได้มากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว และในบางปีก็จะพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ไปทั่ว อีกทั้งยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเป็นจำนวนมาก ดังนั้นโรคไข้หวัดใหญ่จึงถือได้ว่าเป็นโรคติดต่อที่ค่อนข้างรุนแรง หากได้รับการรักษาไม่ทันก็อาจทำให้เสียชีวิตจากการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้

ไข้หวัดใหญ่

สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า influenza virus ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ บี และซี ซึ่งเชื้อชนิดเอ เป็นเชื้อที่มักก่อให้เกิดอาการที่ค่อนข้างรุนแรงและมีโอกาสที่เชื้อจะกลายพันธุ์ได้ง่าย ส่วนเชื้อชนิดบีเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงน้อยกว่าเชื้อชนิดเอและสามารถกลายพันธุ์ได้เช่นเดียวกับเชื้อชนิดเอ แต่มีอัตราของการกลายพันธุ์ที่น้อยกว่า ส่วนเชื้อชนิดซี เป็นเชื้อที่ก่อให้อาการเพียงเล็กน้อยและไม่ค่อยพบการระบาด

เชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ

ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอเป็นเชื้อที่สามารถพบได้ทั้งในคนและสัตว์ โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีประวัติของการแพร่ระบาดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและได้คร่าชีวิตของผู้ป่วยไปแล้วมากมาย ซึ่งต่อไปนี้คือบางส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดการแพ้ระบาดของเชื้อชนิดเอ

H1N1

  • สายพันธุ์ H1N1 เป็นเชื้อไวรัสชนิดเอสายพันธุ์เก่า เป็นเชื้อที่เป็นต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ล้านคนในช่วงปี พ.ศ. 2461-2462 โดยมีต้นตอมาจากประเทศสเปน จึงทำให้มีการเรียกเชื้อนี้อีกชื่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สเปน (Spanish flu)” และก็ได้กลับมาระบาดอีกครั้งที่รัซเซียในปี พ.ศ. 2520 และในปี พ.ศ. 2552 ก็ได้กลับมาระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลกอีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าเก่า จึงได้ให้ชื่อว่า “ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 สายพันธุ์ใหม่ (สายพันธุ์ 2009)” ซึ่งมีต้นตอของเชื้อมาจากประเทศเม็กซิโก
  • สายพันธุ์ H2N2 เป็นเชื้อที่มีการระบาดในทวีปเอเชีย เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2500-2501 ซึ่งเป็นต้นเหตุที่คร่าชีวิตคนในเอเชียไปกว่า 1 ล้านคน
  • สายพันธุ์ H3N2 เป็นเชื้อไวรัสที่มีการระบาดใหญ่ในฮ่องกง ซึ่งได้ทำให้ชาวฮ่องกงเสียชีวิตในช่วงปี พ.ศ. 2511-2512 ไปกว่า 7 แสนคน
  • สายพันธุ์ H5N1 หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ไข้หวัดนก” ซึ่งเป็นเชื้อที่มีการแพร่ระบาดจากสัตว์ปีกสู่สัตว์ปีก และยังก่อผลกระทบต่อคนด้วย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ได้มีการกำจัดสัตว์ปีกที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไปเป็นจำนวนมาก

การแพร่เชื้อของโรค

เชื้อไข้หวัดใหญ่ จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยเหมือนกับโรคไข้หวัดธรรมดา ซึ่งจะติดต่อผ่านการสูดหายใจเอาละอองของเสมหะที่ผู้ป่วยไอหรือจามออกมา หรือโดยการสัมผัสถูกร่างกายและข้าวของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่มีการเปื้อนเชื้อ

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

  1. ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงกว่าผู้ป่วยโรคไข้หวัดธรรมดา
  2. ผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
  3. ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ขมในคอ เบื่ออาหาร เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไส จุกแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไอแห้งๆ เป็นต้น
  4. บางรายอาจมีน้ำมูกหรือเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว ปวดหู หูอื้อ หายใจหอบหืด เป็นต้น
  5. อาจเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ขึ้นได้ ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดทุกชนิด เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางและชั้นในอักเสบ หลอดลมพอง ปอดอักเสบ เป็นต้น

อาการในข้างต้นทั้งหมดก็เหมือนกับอาการของโรคไข้หวัดธรรมดา ซึ่งทำให้แยกแยะออกได้ยากว่า แท้จริงเป็นโรคอะไรกันแน่ ซึ่งในทางที่ดี หากพบว่ามีอาการป่วยโดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยอาการของโรค

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

ป้องกันไข้หวัดใหญ่

สวมหน้ากากป้องกัน

  1. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อยิ่งต้องดูสุขภาพเป็นเป็นพิเศษ
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้และสัมผัสผู้ป่วย แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ควรป้องกันให้พร้อม เช่น สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสกับผู้ป่วยหรือข้าวของเครื่องใช้ของผู้ป่วย
  3. แยกผู้ป่วยออกมาจากผู้ที่ไม่ป่วย เพราะหากทิ้งไว้จะทำให้เกิดการแพร่เชื้อมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ดี ครูหรือผู้ดูแลต้องหมั่นสอดส่องเป็นพิเศษ
  4. หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  5. ฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งจะสามารถฉีดวัดซีนป้องกันได้เฉพาะกับเชื้อสายพันธุ์เก่าเท่านั้น

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดต่อที่นับได้ว่าค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ หากได้รับการรักษาไม่ทัน ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพให้แข็งแร็งอยู่ตลอดและป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อย่างรัดกุม และหากพบว่ามีอาการป่วยเป็นโรคไข้หวัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการข่าวการแพร่ระบาดหรือในช่วงที่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากๆ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยว่า คุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ หากพบว่าเป็น จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที