Healthtio.com สุขภาพน่ารู้ สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิต

ทรามาดอล (Tramadol) สรรพคุณและวิธีใช้ยาทรามาดอล

ทรามาดอล (Tramadol) เป็นยาแก้ปวดลดไข้ที่มีฤทธิ์ระดับปานกลางถึงขั้นรุนแรง ยานี้ไม่ใช่ยาที่เกิดขึ้นจากอนุพันธ์ฝิ่น แต่ออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับฝิ่น ทำให้มีฤทธิ์ของยาที่คล้ายยาที่เกิดขึ้นจากอนุพันธ์ฝิ่น แต่มีฤทธิ์น้อยกว่า 5-20 เท่า จึงถือว่าตัวยาชนิดนี้ไม่ใช่ตัวยาที่เป็นยาเสพติด

ทรามาดอล (Tramadol)

สรรพคุณและวิธีใช้ยาทรามาดอล

ทรามาดอล คือ ยาใช้ในการบรรเทาอาการปวดที่มีอาการระดับปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรง เช่น อาการปวดไมเกรน ปวดข้อ ปวดหัวเข่า ปวดหลัง ปวดประสาท และอาการปวดอื่นๆ เป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา ซึ่งจะมีอยู่ 2 ประเภทด้วย

  1. ชนิดเม็ด 50 มิลลิกรัม
  2. ชนิดแคปซูล 50 มิลลิกรัม

ทรามาดอล ควรใช้กับผู้ใหญ่เท่านั้น โดยในการใช้ยาแต่ละครั้งควรอยู่ที่ขนาด 50-100 มิลลิกรัม หรือ 1-2 เม็ด ต่อครั้งเท่านั้น โดยสามารถใช้ซ้ำได้ใน 1 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง หรือ 400 มิลลิกรัม และให้เว้นระยะห่างในการใช้ยาเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง

สำหรับผู้ที่มีอายุเกินกว่า 75 ปี ไม่ควรใช้ยาเกิน 300 มิลลิกรัม หรือ 6 เม็ด ต่อวัน และเป็นยาที่ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี เป็นอันขาด อันเนื่องมาจากฤทธิ์ที่ค่อนข้างรุนแรงยา

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการใช้ยาทรามาดอล

  1. ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้งานชนิดนี้ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ง่วงนอน ท้องผูก คลื่นไส้ อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในการใช้ยา
  2. เกิดอาการอ่อนเพลีย ปากแห้ง จุกแน่นท้อง อาเจียน ตาพร่ามั่ว ใจสั่น ประสาทหลอน ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น อาการข้างเคียงเหล่านี้พบได้ค่อนข้างน้อย
  3. ไม่ควรใช้ยาชนิดนี้ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอื่นๆ เพราะอาจทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางมากยิ่งขึ้น
  4. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ “ทรามาดอล” ร่วมกับยาที่มีส่วนผสมของแอมเฟตามีน ยาแก้ซึมเศร้า เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดอาการชักได้
  5. ไม่ควรใช้ยาเกินขนาดเป็นอันขาด เนื่องจากเป็นยาที่มีฤทธิ์ค่อนข้างรุนแรงอยู่แล้ว การใช้ยาเกินขนาดอาจส่งผลให้เกิดอาการซึม รูม่านตาหดเล็ก ชัก หรือ หมดสติได้

ทรามาดอล (Tramadol) เป็นยาที่มีฤทธิ์ค่อนข้างรุนแรง ถึงแม้ว่าจะเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา แต่ก็ไม่ควรนำยานี้มาเป็นยาสามัญประจำบ้านเด็ดขาด เพราะหากคนในบ้านไม่รู้ถึงสรรพคุณและฤทธิ์ของยา ก็อาจส่งผลข้างเคียงและเป็นอันตรายได้ ดังนั้นหากต้องการใช้ยาตัวนี้ ก็ควรใช้เป็นกรณีไป เช่น ใช้สำหรับผู้ป่วยไมเกรน ปวดประสาท ปวดเข่า เป็นต้น แต่หากต้องการมียาสำหรับแก้ปวดลดไข้ไว้ประจำบ้าน ก็ควรเลือกยาพาราเซตามอล (Paracetamol) จะดีกว่า