Healthtio.com สุขภาพน่ารู้ สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิต

วิตามินเค (Vitamin K) ประโยชน์และข้อควรรู้เกี่ยวกับวิตามินเค

วิตามินเค (Vitamin K) เป็นวิตามินที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเหมือนวิตามินเอ บีและซี นั้นก็เพราะว่า “วิตามินเค” เป็นวิตามินที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว และก็เป็นวิตามินที่มีผลข้างเคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับ “ประโยชน์ของวิตามินเค” ผลข้างเคียงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ “วิตามินเค” ไม่น้อยไปกว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับวิตามินชนิดอื่นๆ

วิตามินเค (Vitamin K) มีประโยชน์และความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร ?

  1. “วิตามินเค” เป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหลได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเลือดที่เกิดขึ้นจากบาดแผล
  2. เป็นวิตามินที่ทำร่วมกับวิตามินดีและแคลเซียม ซึ่งช่วยให้ในการซ่อมแซมและเสริมสร้างกระดูกของร่ายกายให้แข็งแรง ไม่เปาะและหักง่าย
  3. วิตามินเค เป็นวิตามินที่ช่วยในการพัฒนาและช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ยาวนานขึ้น
  4. เป็นวิตามินที่คอยป้องกันไม่ให้แคลเซียมในกระแสเลือดมีมากเกินไป ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเป็นโรคหัวใจ
  5. วิตามินเค เป็นวิตามินที่ทางการแพทย์นำไปใช้เพื่อบำบัดภาวะการแข็งตัวของเลือดต่ำ ซึ่งส่งผลต่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเสียเลือด
  6. เป็นวิตามินที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการเสียเลือดเป็นจำนวนมากของผู้บาดเจ็บ

ข้อควรรู้ต่างๆ เกี่ยวกับ “วิตามินเค”

  1. วิตามินเค“วิตามินเค” แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ วิตามินเค 1, เค 2 และ เค 3
  2. เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้น การขาดซึ่งไขมันย่อมส่งผลต่อการละลายและการทำงานของวิตามิน
  3. เป็นวิตามินที่สามารถพบได้มากในผักใบเขียวและยังพบได้ในเนื้อสัตว์ ตับ นมและไข่
  4. เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองจากแบคทีเรียภายในลำไส้ด้วยเช่นกัน
  5. เป็นวิตามินที่อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เบื่ออาหาร หายใจไม่สะดวก ตัวซีด ตาเหลือง เหงื่อออกมาก ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น
  6. หากร่างกายได้รับ “วิตามินเค” มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการภาวะตัวเหลือง โลหิตจาง และเม็ดเลือดแดงแตกได้
  7. เป็นวิตามินที่มีปฏิกิริยากับยาบางตัว ซึ่งส่งผลให้การใช้ยาหรือ “วิตามินเค” มีประสิทธิภาพลดลง เช่น Warfarin, Cholestyramine และ Orlistat เป็นต้น
  8. เป็นวิตามินที่ไม่ควรหาซื้อมาใช้เอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและอาการดังที่ได้กล่าวไว้ในข้อที่ 5, 6 และ 7 ดังนั้น จึงควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ ก่อนจะซื้อมาใช้
  9. เด็กทารกวัยแรกเกิด เป็นกลุ่มที่มีภาวะความเสี่ยงในการขาด “วิตามินเคมากที่สุด”

วิตามินเค (Vitamin K) เป็นวิตามินที่มีประโยชน์และโทษในตัวมันเอง ดังนั้น หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องซื้อ “วิตามินเค” มาใช้ด้วยตนเองจริงๆ ก็ควรที่จะทำการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้ดีก่อนที่จะซื้อมาใช้ แค่นี้เราก็สามารถที่จะลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและทำให้ “วิตามินเค” เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ